ฝังรากลึกไปแล้ว เป็นร้อยปีของบาสเกตบอลประเทศจีน

ฝังรากลึกไปแล้ว

ฝังรากลึกไปแล้ว เป็นร้อยปีของบาสเกตบอลประเทศจีน

ฝังรากลึกไปแล้ว แต่บางคน อาจเลือกจับคู่กีฬายัดห่วง กับประเทศจีน เพราะบาสเกตบอลได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศจีน นักบาสอย่าง เลบรอน เจมส์ คือนักกีฬาที่โด่งดังที่สุดในประเทศจีน ดังยิ่งกว่าเซเลบริตี้บางคนในประเทศเสียอีก

ขึ้นชื่อว่าคนจีน หากพวกเขารักสิ่งไหน พวกเขารักจริง และปัจจุบัน พวกเขารักกีฬาบาสเกตบอล จนกลายเป็นกีฬายอดนิยมของประเทศแต่กีฬาบาสเกตบอล ไม่ได้เพิ่งโด่งดังบนดินแดนมังกร เมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา แต่กีฬานี้ มีรากฐานยาวนานมากกว่า 100 ปี ในประเทศจีน

รากฐานที่ยาวนาน
จีน อาจไม่ใช่ชาติต้นกำเนิดของกีฬาประเภทนี้ แต่กีฬาบาสเกตบอล เดินทางจาก สหรัฐอเมริกา มาถึงเมืองจีนครั้งแรก ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1895 เพียงแค่ 4 ปีหลังจากกีฬานี้เริ่มต้นเล่นในประเทศสหรัฐอเมริกา

ผู้เผยแพร่กีฬานี้ในประเทศจีน คือองค์กรศาสนาด้านการกุศล เนื่องจากจุดเริ่มต้นของกีฬาบาส ในสหรัฐฯ เกิดขึ้นที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ในเมืองบอสตัน รัฐแมสซาซูเซ็ตส์ ซึ่งที่นี่เป็นศูนย์กลางขององค์กร ด้วยเหตุนี้ กีฬาบาสเกตบอล จึงผูกพันกับ และองค์กรนี้ได้นำพากีฬานี้มาที่ประเทศจีน ผ่านสาขาที่เทียนจิน เมืองท่าชื่อดังของจีน มองตามระยะเวลา ถือว่ากีฬาบาสเกตบอลหยั่งรากฐานในประเทศจีน ยาวนานไม่ต่างจากสหรัฐอเมริกา

แม้ชาวจีนในยุคนั้น จะต้องเจอปัญหาด้านอุปกรณ์ โดยเฉพาะลูกบาสที่จะนำมาใช้เล่น ว่ากันว่าในบางพื้นที่ ชาวจีน ได้นำลูกท้อมาเล่นแทนลูกบาส แสดงถึงความนิยมของกีฬานี้ได้เป็นอย่างดี กีฬาบาสเกตบอลเติบโตอย่างรวดเร็ว จนได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในชนิดกีฬา ที่แข่งขันในกีฬาแห่งชาติของจีน ในปี 1910 ช่วยให้บาสเกตบอล เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากขึ้น ขณะที่องค์กร ยังคงมีบทบาทสำคัญ กับการประชาสัมพันธ์กีฬาบาสเกตบอล ให้เป็นที่รู้จักของชาวจีน เนื่องจาก ต้องการเผยแพร่ศาสนาคริสต์ ให้เข้ามามีบทบาทสำคัญในเมืองจีน บาสเกตบอลจึงกลายเป็นเครื่องมือ ที่ทำให้คนจีนเข้าถึงศาสนาได้มากขึ้น

ภายหลังการเปลี่ยนแปลง ระบอบการปกครองจากสมบูรณาญาสิทธิราชย์ มาสู่ประชาธิปไตย ในปี 1912 ทำให้ประเทศจีนเปิดกว้าง กับวัฒนธรรมตะวันตก อย่างกีฬาบาสเกตบอลได้อย่างเปิดเผย ปี 1913 ประเทศจีน ได้ส่งนักกีฬาในนามทีมชาติจีน ออกไปแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลนอกประเทศ ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ ขณะเดียวกันบาสเกตบอล ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกีฬายอดฮิตของคนรุ่นใหม่ ในช่วงเวลานั้น ข้อดีสำคัญของกีฬาบาสเกตบอล ที่ชนะใจชาวจีนจำนวนมาก เพราะกีฬายัดห่วง สามารถเล่นได้ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และคนหลายฐานะสามารถเล่นได้ แต่ที่นิยมเป็นพิเศษ คือในหมู่นักเรียนนอก จากสหรัฐอเมริกา ทำให้ต่อมา ประเทศจีนได้บรรจุบาสเกตบอล เป็นกีฬาในระดับมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน

ปี 1935 ได้มีการสำรวจทั่วประเทศจีน ถึงความเห็นของประชาชน กีฬาประเภทใดได้รับความนิยมสูงสุด ซึ่งบาสเกตบอล เข้าป้ายมาเป็นอันดับหนึ่งร่วมกับกีฬาปิงปอง แรงสนับสนุนจากรัฐบาล
กีฬาบาสเกตบอล เติบโตไปได้สวยภายใต้สังคมเสรีนิยม แต่แล้วในปี 1949 ประเทศจีนเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อเกิดการปฏิวัตินำไปสู่การเปลี่ยนระบอบปกครอง จากประชาธิปไตย สู่คอมมิวนิสต์

ภายใต้การปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ที่ยืนอยู่ตรงข้ามกับโลกเสรี ของสหรัฐอเมริกา ทำให้กีฬาบาสเกตบอล ดูเหมือนจะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก เพราะในช่วงเวลานั้น โลกฝ่ายคอมมิวนิสต์ ปิดกั้นวัฒนธรรมแทบทุกด้าน จากโลกเสรีนิยม อย่างไรก็ตาม เป็นโชคดีของกีฬาบาสเกตบอล เพราะผู้มีอำนาจและสมาชิกพรรคคอมมิวนิสม์จำนวนมาก ชื่นชอบกีฬายัดห่วงเป็นการส่วนตัว พวกเขามองว่ากีฬาบาสเกตบอล สะท้อนถึงการทำงานหนัก ของชนชั้นแรงงาน และมองว่ากีฬาชนิดนี้ คือเครื่องมือฝึกระเบียบวินัยชั้นดี

บาสเกตบอล จึงได้รับไฟเขียว จากรัฐบาลจีน ให้มีที่ยืนต่อไปได้ในสังคม ยิ่งไปกว่านั้น รัฐบาลจีนได้สนับสนุนให้เยาวชนเล่นบาสเกตบอล เพราะพรรคคอมมิวนิสต์มองว่า การเล่นกีฬาเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตเป็นแรงงานในอนาคต กระนั้นรัฐบาลจีน มีทางเลือกอย่างจำกัดให้กับเยาวชนจีน นั่นคือพวกเขาต้องเลือกเล่นระหว่าง ปิงปอง กับ บาสเกตบอล อย่างไรก็ดี ข้อจำกัดนี้กลายเป็นเรื่องดีสำหรับกีฬายัดห่วง เพราะเยาวชนจำนวนมหาศาล ในประเทศจีน ได้สร้างความผูกพันกับกีฬานี้ตั้งแต่วัยเยาว์

บาสเกตบอล สามารถปรับตัวได้อย่างกลมกลืน กับรัฐบาลจีน ภายใต้สังคมคอมมิวนิสต์ ทีมบาสเกตบอลอย่างเป็นทางการทีมแรกของจีน ก่อตั้งโดย กองทัพของประเทศจีน  ภาพยนตร์เรื่องแรกที่เกี่ยวกับกีฬาของจีน เป็นเรื่องราวของบาสเกตบอล ในแง่หนึ่ง บาสเกตบอลกลายเป็นเครื่องมือ ที่รัฐบาลจีน ใช้ปลูกฝังและสร้างความเชื่อมั่น ในระบอบคอมมิวนิสต์ รัฐบาลจีนปลูกฝังให้คนจีนเชื่อว่า บาสเกตบอลไม่ใช่กีฬาของชาวต่างชาติ กีฬาของคนอเมริกัน กีฬาของพวกทุนนิยม แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมใหม่ ภายใต้สังคมคอมมิวนิสต์ และประชาชนจีนให้การตอบรับกีฬานี้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ กีฬาบาสเกตบอล ยังมีประโยชน์กับรัฐบาลจีน ในฐานะเครื่องมือทางการเมือง กระชับความสัมพันธ์กับชาติต่างประเทศ ด้วยการส่งนักกีฬาบาสเกตบอล ไปแข่งขันกับนักบาสจากประเทศในยุโรปตะวันออก ที่ปกครองรัฐด้วยระบอบคอมมิวนิสต์ เช่นเดียวกับจีน

เมื่อเข้ายุค 1970’s ที่จีนต้องการเปิดประเทศ กระชับความสัมพันธ์ กับประเทศโลกเสรี หลังจากใช้การฑูตผ่านกีฬาปิงปอง กระชับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ จนเป็นผลสำเร็จ จีน จึงตามรอยความสำเร็จครั้งนั้น ด้วยการส่งนักกีฬาบาสเกตบอล เดินทางไปทั่วโลกเพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการฑูต

แหล่งที่มา mainstand

Author: Brenda

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *