ประวัติบาสเก็ตบอล กีฬาบาสเกตบอล ในประเทศไทย

ประวัติบาสเก็ตบอล

ประวัติบาสเก็ตบอล กีฬาบาสเกตบอล ในประเทศไทย

ประวัติบาสเก็ตบอล กีฬาบาสเกตบอล แพร่หลายเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในสมัยใด ปีใดนั้น ไม่ได้มีหลักฐานที่จะปรากฏยืนยันแน่ชัดได้ รู้แต่เพียงว่า ในปี พุทธศักราช2477 นายนพคุณ พงษ์สุวรรณ อาจารย์สอนภาษาจีนที่โรงเรียนมัธยมศึกษาวัดบพิตรพิมุข ได้ช่วยเหลือกรมพลศึกษาจัดแปลกติกาการเล่นบาสเกตบอลขึ้น ถัดมาในปี พุทธศักราช 2478 กระทรวงธรรมการ ได้จัดแจงอบรมครูจังหวัดต่างๆปริมาณ 100 คน ภายในช่วงระยะเวลา 1 เดือน แล้วก็ได้รับการช่วยเหลือจาก พ.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล ผู้ซึ่งมีความรู้แล้วก็ชำนาญทางการเล่นกีฬาบาสเกตบอลคนหนึ่ง ทั้งได้>เคยเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการแข่งขัน เมื่อครั้งท่านกำลังศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกา มาเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับเทคนิครวมทั้งแนวทางเล่นบาสเกตบอลแก่บรรดาครูที่เข้ารับการฝึกอบรม ถัดมาก็ได้ผลทำให้กีฬาบาสเกตบอลแพร่หลายไปทั่วประเทศไทย

ในปี พุทธศักราช 2496 สมาคมบาสเกตบอลสมัครเล่นแห่งประเทศไทยได้ถูกจัดตั้งขึ้นตามแบบอันถูก โดยจดทะเบียนที่สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ รวมทั้งได้กลายมาเป็นสมาคมบาสเกตบอลที่ประเทศไทยในปีเดียวกันนั้นเอง และก็ในวันที่ 10 ก.ค. พุทธศักราช 2496 สมาคมบาสเกตบอลที่ประเทศไทยก็ได้ร่วมเป็นสมาชิกของสมาคมบาสเกตบอลระหว่างประเทศ

ข้อตกลงบาสเกตบอล

บาสเกตบอลเป็นกีฬาที่เล่นระหว่างผู้เล่น 2 ชุด ชุดละ 5 คน โดยมีจุดมุ่งหมายว่า แต่ละชุดจำเป็นต้องนำลูกบอลไปโยนให้ลงห่วงประตูของคู่แข่งขัน รวมทั้งพยายามป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งได้ครอบครองบอล หรือทำแต้ม ดังนี้ผู้เล่นบางครั้งอาจจะส่ง โยน ปัดกลิ้ง หรือเลี้ยงลูกบอลไปยังแนวทางใดก็ได้ให้ถูกตามข้อตกลง

บาสเกตบอลทีม

แต่ละทีมจะประกอบไปด้วยผู้เล่นไม่เกิน 10 คน และก็ผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งจะเป็นหัวหน้าทีม แต่ละทีมอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีผู้ช่วยโค้ชอีก 1 คน สำหรับทัวร์นาเมนต์ที่ทีมนั้นจะต้องแข่งขันมากกว่า 3 ครั้ง จำนวนผู้เล่นในแต่ละทีมบางครั้งอาจจะเพิ่มเป็น 12 คนก็ได้ ผู้เล่น 5 คน ของแต่ละทีมต้องอยู่ในสนามสำหรับเพื่อการแข่งขันระหว่างเวลาการแข่งขัน และสามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้จากที่ระบุเอาไว้ภายในข้อตกลงผู้เล่นของทีมเป็นผู้เล่น ที่อยู่ในสนามสำหรับแข่ง แล้วก็ถูกกำหนดว่าจะลงแข่งขันนอกเหนือจากนี้แล้วจะเป็นผู้เล่นสำรอง ดังนั้นผู้เล่นสำรองจะกลายเป็นผู้เล่นเมื่อผู้ตัดสินได้ให้สัญญาณแจ้งให้เขา เข้าไปในสนามแข่งขัน แล้วก็ผู้เล่นจะกลายเป็นผู้เล่นสำรองเมื่อผู้ตัดสินได้ส่งสัญญาณแก่ผู้ที่จะ เข้ามาแทนผู้เล่นคนนั้นให้เข้าไปในสนามแข่งขัน ผู้เล่นแต่ละคนจะต้องมีหมายเลขที่ข้างหน้าและก็ข้างหลังของเสื้อที่ตนสวมใส่ โดยมีลักษณะเรียบปกติ (ไม่มีลวดลาย) แล้วก็มีสีทึบติดกับเสื้อ หมายเลขจะต้องเด่นชัด สำหรับหมายเลขที่ติดด้านหลังจำเป็นต้องสูงไม่น้อยกว่า 20 เซนติเมตร รวมทั้งหมายเลขที่ติดข้างหน้าจำเป็นจะต้องสูงไม่น้อยกว่า 10 เซนติเมตร ทำด้วยอุปกรณ์ที่กว้างไม่น้อยกว่า 2 เซนติเมตร ทีมหนึ่งๆต้องใช้หมายเลขตั้งแต่ 4 ถึง 15 ผู้เล่นในทีมเดียวกันต้องไม่ใช้หมายเลขซ้ำกัน

แหล่งที่มา parwat

Author: Brenda

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *